ความหมายของอินเทอร์เน็ต
อินเทอร์เน็ต (internet) คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันจำนวนมากและครอบคลุมไปทั่วโลก เครือข่ายนี้เชื่อมเข้าหากันภายใต้กฎเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน (TCP/IP)ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันได้
บริการในระบบอินเทอร์เน็ต
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail : E-mail) เป็นบริการรับ – ส่งจดหมาย และแนบไฟล์ภาพหรือเอกสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว สามารถติดต่อกันได้ทั่วโลก โดยผู้ใช้งานจะต้องมีที่อยู่อีเมลล์
การถ่ายโอนข้อมูล (File Transfer protocol :FTP) เป็นบริการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลข่าวสาร บทความจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปสู่อีกเครื่องหนึ่ง การโอนย้าย แฟ้มข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นมาลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เรียกว่า การดาวน์โหลด (Download) ส่วนการนำแฟ้มข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไปไว้ยังเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น เรียกว่า การอัพโหลด (Upload)
การเรียกใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น (telnet) เป็นบริการที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆในที่ห่างไกล โดยไม่ต้องเดินทางไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์นั้นๆ
ข่าวสาร (usenet) เป็นบริการจัดเก็บข่าวสารที่ส่งไปไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นศูนย์กลาง โดยที่ทุกคนสามารถเข้าไปอ่านข่าวสาร มีการจัดกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะและแสดงความคิดเห็นในหัวข้อต่างๆ
เวิลด์ไวด์เว็บ (World – Wide – Web :WWW) เป็นบริการเครือข่ายที่เชื่อมโยงแหล่งข้อมูลข่าวสารเข้าหากันและครอบคลุมทั่วโลก ลักษณะของข้อมูลที่สืบค้นได้จะเป็นเอกสารไฮเปอร์ลิงค์ ที่สร้างด้วยภาษาเอชทีเอ็มแอล (HTML) การเข้าถึงข้อมูลแต่ละแห่งจะเข้าไปยังโฮมเพจ (Homepage) และจะเชื่อมต่อไปยังเว็บเพจ (Webpage) อื่นๆได้อีก
การสนทนาผ่านเครือข่าย (Chat) เป็นบริการการสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลข้อคิดเห็น ซึ่งสนทนาผ่านการพิมพ์ข้อความรับ – ส่งแฟ้มข้อมูล สนทนาด้วยเสียงและติดตั้งกล้องเว็บแคม เพื่อให้เห็นภาพคู่สนทนาด้วย
ชุมชนออนไลน์ เป็นบริการเครือข่ายที่ผู้ใช้สามารถส่งข้อความถึงกัน ติดต่อสื่อสารกับกลุ่มเพื่อน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรูปภาพกันได้ เช่น เฟสบุ๊ค (facebook) ทวิสเตอร์ (twitter) , ไฮไฟว์ (hi5)
การค้นหาข้อมูลความรู้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
1. รูปแบบการค้นหาข้อมูลความรู้
1.1 การค้นหาความรู้จากที่อยู่ของข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต (Uniform Resource Locator :URL) เป็นการค้นหาข้อมูลความรู้โดยพิมพ์ที่อยู่ของข้อมูลที่ต้องการค้นหาลงในช่องที่กำหนด โดยผู้ค้นหาจะต้องทราบที่อยู่ของเว็บไซต์ก่อน จากนั้นกดปุ่ม Enter บนแผงแป้นอักขระ จะได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการค้นหา
1.2 การค้นหาข้อมูลความรู้โดยใช้ซอฟต์แวร์ค้นผ่านเว็บ (web browser) เป็นการค้นหาข้อมูลความรู้ผ่านเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ต โดยใช้ซอฟต์แวร์ค้นผ่านเว็บ ซึ่งมี 2 วิธี คือ
1.2.1 การสืบค้น (browse) เป็นการเปิดดูเอกสารที่นำเสนออยู่บนเว็บไซต์ไปเรื่อยๆโดยเอกสารเหล่านั้นมีการเชื่อมโยง (link) กันอยู่ ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลความรู้ได้โดยการเลือกเปิดดูเอกสารตามการเชื่อมโยงเหล่านั้น
1.2.2 การค้นหา (Search) เป็นการค้นหาสารสนเทศเฉพาะหัวข้อที่ต้องการโดยใช้ระบบที่เรียกว่า โปรแกรมค้นหา (search engine) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยในการค้นหาเอกสารหรือบทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ผู้ใช้สนใจโดยใช้คำสำคัญ (keyword) ที่ผู้ป้อนเข้าสู่ระบบ แล้วระบบจะนำคำสำคัญไปเปรียบเทียบกับคำในเอกสารต่างๆที่เผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต จากนั้นจึงจะแสดงผลการค้นหาแก่ผู้ใช้
2. การค้นหาข้อมูลโดยใช้ Search Engine
กูเกิล (google) เป็นเว็บไซต์ฐานข้อมูลที่ใหญ่มากแห่งหนึ่งของโลกด้วยฐานข้อมูลมากกว่า สามพันล้านเว็บไซต์และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกวันเป็นเว็บไซต์ค้นหาที่สนับสนุนภาษาต่างๆมากกว่า 80 ภาษาทั่วโลก(รวมทั้งภาษาไทย) และมีเครื่องบริการแทน (Server) ให้บริการในส่วนต่างๆของโลกมากถึง 36 ประเทศ (รวมทั้งในประเทศไทย)
เมื่อเราพิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์ http://www.google.com ระบบตรวจสอบภาษาของเว็บไซต์กูเกิล จะเปลี่ยนเป้าหมายมายัง http://www.google.co.th ที่เป็นเว็บไซต์กูเกิลของไทยโดยอัตโนมัติ
บริการของกูเกิลแยกฐานข้อมูลออกเป็น 8 หมวด ดังนี้
1. เว็บ เป็นการค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆทั่วโลก
2. รูปภาพ เป็นการค้นหารูปภาพหลากหลายรูปแบบจากเว็บไซต์ต่างๆทั่วโลก
3. แผนที่ เป็นการค้นหาแผนที่ของสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทยและแนะนำเส้นทางการเดินทางที่เหมาะสม
4. แปลภาษา เป็นการค้นหาคำของภาษาอื่นที่แตกต่างจากคำที่ป้อนลงไป
5. กูรู เป็นการค้นหาโดยใช้คำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการและจะมีคำตอบ
6. Gmail เป็นบริการไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ของกูเกิล
7. เพิ่มเติม เป็นบริการ บล็อก ปฏิทิน ภาพถ่าย เอกสาร ไชต์ Groups
3. เทคนิคการค้นหาข้อมูลความรู้โดยใช้ Search Engine
1. บีบประเด็นให้แคบลง
2. การใช้คำใกล้เคียงกัน เช่น คอมพิวเตอร์ ใกล้เคียงกับ technology, IT
3. การใช้คำหลัก (Keyword)
4. หลีกเลี่ยงการใช้ตัวเลข
5. ใช้เครื่องหมายบวกและลบช่วยค้นหาข้อมูล
4. คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต
1.ปฏิบัติตามกฎ กติกา และมารยาทที่แต่ละเว็บไซต์กำหนด
2. การใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) ควรหมั่นลบจดหมายเพื่อให้พื้นการรับ – ส่งจดหมายมากขึ้น และไม่ควรส่งจดหมายลูกโซ่ไปสร้างความรำคาญใจให้แก่ผู้อื่น
3. การสนทนาผ่านเครือข่าย (chat) ควรสนทนากับผู้ที่ต้องการสนทนาด้วยเท่านั้น และควรใช้คำสุภาพและไม่ละเมิดเรื่องส่วนตัว
4. การใช้กระดานข่าวหรือกระดานสนทนา (web board) ห้ามพาดพิงถึงสถาบันสำคัญ ห้ามเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลลามกอนาจาร
5. การใช้ข้อมูลของเว็บไซต์ทางอินเทอร์เน็ต ไม่ควรคัดลอกไปใช้เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ และไม่ควรแอบอ้างข้อมูลของผู้อื่นไปเป็นข้อมูลของตนเอง
6. การส่งไฟล์ข้อมูล ไม่ควรส่งไฟล์ข้อมูลที่มีกลุ่มซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายไปให้ผู้อื่น เช่น ไวรัส
1. จดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมล (E-mail หรือ Electronic mail) บริการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยการพิมพ์จดหมายในคอมพิวเตอร์ แล้วส่งผ่านสายโทรศัพท์ หรือสายแลน ในองค์กรไปให้ผู้รับโดยไม่ใช้แสตมป์ และส่วนใหญ่จะถึงผู้รับในเกือบทันที สามารถส่งภาพ หรือเสียง แม้แต่แฟ้มวีดิโอได้
2. เว็บไซต์ (Web site) และบริการสืบค้น (Search engine) นายเบอร์เนอร์ ลี แห่งองค์กรเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรปหรือ เซิร์น ได้พัฒนาโพรโทคอล ชื่อ เอชทีทีพี (HTTP)
ขึ้นมาเมื่อ พ.ศ. 2533 ทำให้เกิดบริการเวิลด์ ไวด์ เว็บ(WWW : World Wide Web)ที่สามารถเปิดดูข้อมูลได้ทั้งภาพและเสียง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดเว็บไซต์อย่างทุกวันนี้เมื่อต้องการข้อมูลก็เข้าไปยัง
เว็บไซต์เพื่อหาข้อมูลได้ จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นเพราะสะดวกและเร็ว ปัจจุบันเว็บไซต์สำหรับให้บริการ สืบค้นที่นิยมใช้มากที่สุดคือ www.google.co.th ซึ่งเป็นบริการที่ทำให้ทราบว่าเว็บใดมีข้อมูลตามคำสำคัญ (Keyword)ที่ระบุ โดยค้นหาได้ทั้งข้อมูลประเภทเว็บไซต์ ภาพ และแฟ้มข้อมูลเว็บไซต์ (Web site)หมายถึง แหล่งรวมเว็บเพจทั้งหมด
โฮมเพจ (Home page) หมายถึง เว็บเพจหน้าแรก โดยปกติจะหมายถึงแฟ้ม index.htmlเว็บเพจ (Webpage) หมายถึง หน้าเอกสารข้อมูลแต่ละหน้า ที่อยู่ในเว็บไซต์ เช่น กระดานข่าว ข้อมูลหลักสูตร หรือข้อมูลบุคลากร เป็นต้น
3. ไออาร์ซี (IRC – Internet relay caht) เป็นบริการที่ทำให้คนทั่วโลกสามารถคุยผ่านคอมพิวเตอร์พร้อมกันได้หลายคน หรือคุยกันเพียง 2 คนก็ได้ โดยเลือกห้องสนทนา
4. วินโดว์ไลฟ์ เมสเซนเจอร์ (Windows Live Messenger) ผู้ใช้มักเรียกสั้นๆว่า เอ็มเอสเอ็น หรือ เอ็ม ตามชื่อเดิม วินโดวส์ไลฟ์ เมสเซนเจอร์ โปรแกรมเอ็มเอสเอ็นมีฟังก์ชันหลายอย่าง เช่น Sharing folders ใช้สำหรับแบ่งปันข้อมูลหรือไฟล์ที่ต้องการให้กับบุคคลที่ต้องการโดยการสร้างโฟลเดอร์ขึ้นมา
5. พาณิชย์อิเล็กทรกนิกส์ (e-Commerce) เป็นการใช้ประโยชน์จากอิเล็กทรอนิกส์เพื่อทำให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายและครอบคลุมรูปแบบทางการเงินในปัจจุบัน เช่น ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ การค้าอิเล็กทรอนิกส์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ และการประชุมทางไกล เป็นต้น
6. การเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-learning หรือ Electronic learning) บริการที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนหนังสือโดยไม่จำเป็นต้องไปนั่งในชั้นเรียนแต่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อ จะเรียนที่ไหน (Anywhere) เมื่อใด (Anytime) ก็ได้ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างเป็นขั้นตอนตามบทเรียนรู้ หากสงสัยก็สามารถติดต่อสอบถามจนเข้าใจและมีการสอบวัดผลเพื่อประเมินผลการเรียนรู้
7. ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ (E-banking หรือ Electronic Banking) เป็นการทำธุรกรรมทางการเงินของธนาคาร หรือหน่วยงานอื่น ๆ โดยใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยมากขึ้น นอกจากการไปติดต่อด้วยตนเองที่ธนาคารหรือ การทำรายการจากตู้เอทีเอ็ม ทุกวันนี้ลูกค้าสามารถใช้โทรศัพท์มือถือสำหรับติดต่อเพื่อชำระค่าสินค้า และบริการ ธนาคาร หลายแห่งให้บริการโอนเงินระหว่างบัญชีผ่านอินเทอร์เน็ต บริการตรวจสอบยอดบัญชีเงินฝาก หน่วยงานนาชกาบางแห่ง เช่น กรมสรรพากรเปิดให้มีการยื่นแบบฟอร์มชำระภาษีเงินได้ ภ.ง.ด. 91 ทางอินเทอร์เน็ตซึ่งอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างมาก
8. โทรศัพท์อินเทอร์เน็ต (Internet Phone) เป็นการสื่อสารทางเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต โดยแปลงสัญญาณเสียงให้เป็นแพ็กเกตข้อมูลเพื่อส่งผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเหมือนข้อมูลอื่น คุณภาพเสียงมีความชัดเจนเหมือน
โทรศัพท์บ้านปกติ เป็นบริการที่มีราคาถูก โดยเฉพาะการโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศเพราะไม่ต้องชำระค่าบริการเป็นรายนาที หรือรายชั่วโมง หากแต่เป็นการใช้โปรแกรมโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น Skype หรือ Net2Phone เป็นตัวกลางในการสื่อสาร จึงชำระเฉพาะค่าบริการอินเทอร์เน็ตเท่านั้น
9. เกมส์ออนไลน์ (Game Online) ปัจจุบันเกมส์คอมพิวเตอร์ได้รับการพัฒนามาก ไม่จำเป็นต้องไปซื้อโปรแกรมเกมส์จากร้าน มาติดตั้งในเครื่องอีกต่อไป เพราะสามารถเลือกเล่นเกมส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ทันที ซึ่งก็มีเว็บไซต์ที่ให้บริการจำนวนมาก
10. ปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้ทันสมัย (Software Updating) ปัจจุบันเมื่อซื้อโปรแกรมมาใช้งาน ผู้ใช้สามารถปรับปรุง
หรืออัพเดท (update) ซอฟต์แวร์โปรแกรมผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ เพราะโปรแกรมต่าง ๆ มักมีการปรับปรุงเสมอ
11. บริการกระดานข่าว (Usenet news) เป็นบริการที่มีมาตั้งแต่ยุคแรกของอินเทอร์เน็ต และยังมีการให้บริการอยู่จนปัจจุบัน
แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ทราบ เพราะการใช้งานกระดานข่าวในเว็บไซต์สะดวกกว่า สำหรับกระดานข่าวที่ได้รับความนิยมของไทยคือ www. soc.culture.thai ถ้าต้องการคำตอบที่เกี่ยวข้องกับสังคมไทย เมื่อส่งคำถามไปที่ www.news:soc.culture.thai
อาจจะมีคนตอบและตรงตามความต้องการ ปัจจุบันโปรแกรมที่นิยมนำมาใช้อ่าน usenet news คือ Outlook expressถ้าใช้ เบราว์เซอร์ไออี (IE : Internet explorer) เมื่อพิมพ์ new:soc.coulture.thai จะเป็นการเปิดโปรแกรม Outlookและ download หัวข้อข่าวจากเครื่องบริการข่าว
12. เอฟทีพี (FTP – File Transfer Protocol) เอฟทีพี คือ การรับ-ส่งแฟ้มไปยังเครื่องให้บริการ โปรแกรมเอฟทีพี
ที่นิยมใช้คือ WS_FTP และ CUTE_FTP ที่ทำให้การส่งแฟ้มหลายแฟ้มไปยังเครื่องบริการได้สะดวกต่างกับการ Upload
หรือ Download แฟ้มที่จำกัดจำนวนแฟ้มในการส่งต่อครั้ง
13. เทลเน็ต (Telnet) หรือเอสเอสเอช เทลเน็ต (Ssh Telnet) เป็นโปรแกรมที่ใช้ติดต่อเข้าไปทำงานในเครื่องบริการ ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ หรือลีนุกซ์ ปัจจุบันการใช้โปรแกรมนี้เริ่มลดลง เพราะมีจุดด้วยเรื่องความปลอดภัย วิธีแก้แก้ไขคือ ใช้โปรแกรม Ssh (Secure Shell) ซึ่งเข้ารหัสข้อมูลก่อนส่ง ทำให้ผู้ลักลอบไม่สามารถเห็นข้อมูลที่แท้จริง
14. สังคมเครือข่าย (Social Network) คือ การที่ผู้คนสามารถทำความรู้จักและเชื่อมโยงกันในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง สำหรับเว็บไซต์ที่จัดเป็นเว็บสังคมเครือข่ายหมายถึง เว็บไซต์ที่เชื่อมโยงผู้คนไว้ด้วยกัน ตัวอย่างเว็บไซต์สังคมเครือข่าย เช่น ไฮไฟว์ (Hi5) และเฟชบุ๊ค (Facebook)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น